Surrogates Original Motion Picture Soundtrack อึด(ไม่)ไหวในโลกโคลนนิ่ง

14 12 2009

Surrogates Original Motion Picture Soundtrack

ลองนึกภาพของอนาคตที่คุณไม่ต้องออกไปเผชิญโลกภายนอก ทำงาน ท่องเที่ยว และ มีความสุขผ่านหุ่นยนต์โคลนนิ่งที่เหมือนเป็นชีวิตที่ 2 ของคุณ นี่คงเป็นอนาคตอันแสนสวยงามถ้าไม่มีการฆาตรกรรมที่ไม่ได้ฆ่าแค่หุ่น แต่รวมไปถึงคนบังคับความสั่นคลอนครั้งใหญ่ในโลกออนไลน์ได้อุบัติขึ้นแล้วใน Surrogates มีเพียตำรวจอึดสุดโทรมคนเดียวเท่านั้นที่จะสามารถหยุดแผนนี้

คอมโพเซอร์ที่มารับหน้าที่คือ Richard Marvin ซึ่งเคยรวมงานสร้างสรรค์สกอร์ให้ผู้กำกับ Jonathan Mostow มาก่อนแล้วในหนังมหาสงครามเรือดำนั้า U-571 มาดูกันสิว่า Marvin จะทำสกอร์หนังอนาคตคนโคลนนิ่งเป็นยังไง

อัลบั้มเปิดตัวมาด้วย Drive To Club แทรคอารมณ์ลึกลับที่เน้นไปกับเสียงกาวๆของอะไรไม่ทราบควบไปกับเครื่องสาย สร้างอารมร์ชวนผวาได้ไม่น้อย
ตามาด้วยแทรค 2 อารมณ์ Cam’s Apartment / Greer’s Apartment ครึ่งแรกเป้นช่วงสานต่อแทรคแรก ก่อนจะเปลี่ยนอารมณ์อย่างแนบเนียนเป็นเสียงดนตรีเปียโนหวานปนสลด
Warrant / Foot Chase ครึ่งแรกเปิดมาด้วยเสียงเครื่องสายยํ้าๆซํ้าไปมาอย่างรวดเร็วก่อนจะใช่เสียงเครื่องเป่าเพิ่มอารมณ์แล้วเติมดีกรีความเคลียดมากไปเื่รื่อยๆ แล้้วสลับเป็นแทรคไล่ล่าืั้ยังเน้นการเล่นเครื่องสายเร็วเช่นเดิมแต่เด่นยิ่งกว่า…
The Rez ช่วงเบาใส่ดนตีลายยาวไปเรื่อยๆแล้วเพิ่มเสียงเปียโนเบาๆเขามาซึ่งดูเหมือนจะนิ่งแต่ก็ปิดลงด้วยอารมณ์ชวนเสียวนิดๆ
นิ่่งเีงียบแต่ดุ Prophet Lies / Greer Rides ใส่ดนตรีเบาๆแต่อารมณ์หนักด้วยเสียงกรี๊ดเบาๆจากเครื่องสายให้ชวนเสียวเล่นๆ แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นจนจบ
I Want You แทรคที่ดูเหมือนจะนุ่มและหวานที่สุดของอัลบ้มแต่มันยังคงมีอารมณ์แข็งๆ ซึ่งดูเข้าดีกับฉากคนบอกรักกับหุ่นยนต์ในหนัง…
หลอนได้อีกกับ Hard Liquor / Peters Morphs จากดนตรีนิ่งๆไร้พิษเพียงแค่ใส่เสียงที่เดาไม่ได้มาเป็นจังหวก็สร้างความหวาดผวาได้ไม่ใช่น้อย ช่วงท้ายมีการเพิ่มดนตรีอิเลคทรอนิคเป็นแบ็คกราวน์ได้อารมณ์แอ็คชั่้นมาจางๆ
Stone’s Headache ไม่ค่อยต่างกับแทรคก่อนยกเว้นช่วงท้ายที่มีการเล่นดนตรีแรงขึ้นหน่อย ทั้งยังเพิ่มเสียงเครื่องเป่ากังวาลๆเข้ามา พ้อมกับกาสีเร็วๆบนเครื่องสาย
Operation Prophet เปิดมาอย่างน่าติดตามด้วยแบ็คกราวน์เสียงอิเลคทรอนิคลากยาว ผสมกับเพอคัชชั่นที่ได้เด่นกับเขาเสียที ควบไปกับเครื่องดนตรีชนิดอื่น ปิดตัวลงด้วยดนตรีนิ่งชวนผวา…
ลุ้นกันเล้กน้อย Gotta See Your Boss ใช้ธีมช่วงต้นอัลบั้มมาปรับปรุงใส่ความเร็ว และ เพอคัชชั่นให้แน่นขึ้นชวนปลุกเร้าอารมณ์ไม่ใช่น้อย
Shift Enter เปิดตัวชวนผวาด้วยเสียงเครื่องสายตามเคย แต่งานนี้ดนตรีและเล่นกับมันอย่างเต็มที่ทั้งเล็กและใหญ่สลับฟันปลากันอย่างเมามัน พร้อมการใส่ช่วงฮุคและปิดตัวรัวๆตอนท้าย
สกอร์สุดท้ายของอัลบั้ม Aftermath ใส่เสียงอิเลคทรอนิคเย็นนิ่งค้างยาวก่อนจะค่อนเปลี่ยนเป็นดนตรีเปียโนนุ่มให้โชว์ครั้งสุดท้าย และเปลี่ยนหน้าที่ให้กับเครื่องสาย โชว์๊ธีมหลัก ซึ่งไม่ต่างกับการ Finale จากลา…

แก้เลียนสกอร์ด้วยพลง Rock มันส์ๆ แถมพิเศษที่นี่ที่เดียวเช่นเคยกับ I Will Not Bow เพลงเปิดอัลบั้มใหม่ของ Breaking Benjamin ที่ถูกนำมาโปรโมทหนังในอเมริกาอีกด้วย อาจไม่มีอะไรน่าจดจำมากแต่มันเหมือนป็นการเติมเต็มส่วน Action ที่ขาดหายไปได้เลย!!!


รายชื่อเพลง

1. Drive to Club
2. Cam’s Apartment/Greer’s Apartment
3. Warrant/Foot Chase
4. The Rez
5. Prophet Lies/Greer Rides
6. I Want You
7. Hard Liquor/Peters Morphs
8. Stone’s Headache
9. Operation Prophet
10. Gotta See Your Boss
11. Shift Enter
12. Aftermath
BonusTrack Exclusive From aCtDeltAS
13. I Will Not Bow – Breaking Benjamin

สรุป อัลบั้มถ้าไม่มีชื่ออัลบั้มหรือปกอาจคิดว่าเป็นสกอร์หนังสยองเลยก็เป็นไปได้ จากที่ดูมาหนังค่อนข้างโชว์ด้านมืดของเทคโนโลยี แต่สกอร์ของ Richard Marvin ดูจะ Dark หลุดธีมไปหน่อย และยังขาดอารมณ์แอ็คชั่นที่น่าจะมีมาให้ซักหน่อยเพราะหนังเค้าไรฉากยิงกันซะทีไหน!!? ถ้าดูตามคุณภาพ Marvin ทำออกมาได้ดีครับ แต่ในด้านอารมณ์และธีมไม่ค่อยสวยนัก!!!


DOWNLOAD

1 Part File Size 57.8 mb Host Up2U

- Surrogates The Single Edition Exclusive at The aCt DeltAS





New Moon Original Motion Picture Soundtrack มหากาพย์นวจันทราแห่งอินดี้

11 12 2009

the twilight saga New Moon Original Motion Picture Soundtrack

จากหนังรักวัยรุ่นฟอร์มชิลๆ twilight เปลี่ยนไปเป็นมหากาพย์รักที่คนทั่วโลกรอคอย มันคือความแรงที่ใครๆก็คาดไม่ถึงของนิยายรักที่ครองใจสาวๆมากมายและถล่มทะลายเงินใน BoxOffice เมื่อลงโรง ไม่แปลกที่ภาคต่อจะออกมาเร็วแบบตั้งตัวไม่ทันกับ new moon ตอนต่อของตำนานรักระหว่าง 2 เผ่า ที่ดูจะกลายเป็น 3 เสียแล้วในคราวนี้ เมื่อ Edward ได้บอกเลิกกับ Bella ทำให้เธอต้องไปพึ่งอกใจกับคนใหม่ที่เป็นเพื่อนซี้ Jacob ศัตรูคู่อริของอีกฝ่าย แต่ถ้ารักกันสมานฉันคงไม่ใช่หนัง ทั้ง 2 แตกคอ 1 คนที่อยู่ใกล้เกิดความเข้าใจผิดทำให้จากเรื่องรักหวานเจี๊ยบเปลี่ยนรสเป็นยาอมขมขื่นให้ แฟนคลับได้ลุ้นกันต่อไป…

สำหรับอัลบั้มนี้ยังคงเหมือนภาคแรกกับการรวมเพลงที่ถูกใช้ในหนัง แต่ต่างกันออกไปตรงที่เพลงส่วนใหญ่ในนี้มาในอารมณ์อินดี้จ๋ากันสุดๆ อย่างไรก็ดีมันยังคงฟังสนุกและมีคุณภาพเช่นเคย ซึ่งงานนี้คงต้องชมฝ่ายคัดเพลงที่เลือกเพลงจากนักร้องดีๆทั้งทั้งนมาดูกันว่ามีอะไรมั่ง…

เริ่มกันที่เพลงที่ถูกใช้โปรโมท Meet Me At The Equinox ของ Death Cab for Cutie แนวดนตรีที่เรียบง่ายแต่ฟังสนุก ทำนองชิลๆแต่ติดหูทำให้ผมชอบมันไปแบบไม่รู้ตัว
Hearing Damage แทรคที่หลายอาจติดใจกับดนตรีโมเดิร์นลอยๆของ Thom Yorke ซึ่งถูกใช้ในฉากไล่ล่าของหนัง และสร้างความแปลกใหม่ในฉากนั้นสุดกับความเป็น MV สุดๆ
ลอยต่อๆได้อีก Possibility เพลงรักเปื่อยๆ กับเสียงเปียโนโศกๆจากนักร้องสาวสวีดิช Lykke Li ที่ร้องได้เย็น…ชวนเหม่อตามไปเลย
วงบีทเทิ้ลยุคใหม่ The Killers ไม่พลาดมหกรรมอินดี้พกเพลงรักแนวๆ D
oors for A White Demon Love มาสร้างบรรยากาศสานการลอยคว้างต่อไป
แล้วก็เจอแทรคโดนใจอย่างไม่ตั้งใจกับนักร้องสาว Anya Marina ในเพลงโฟล์คหวานๆ Satellite Heart ที่สร้างความประทับใจขึ้นอีกกับการควบดนตรีช่วงท้าย
หลังจากสร้างความสะใจแรงๆในภาคแรกด้วย Supermassive Black Hole วง Muse กลับมาอีกครั้งกับเพลง I Belong To You ฉบับรีมิกซ์พิเศษ แม้จะไม่สะใจแต่ถ้าถามถึงอารมณ์ล่ะก็พวกเค้าไม่เคยพลาด แต่อาจถูกขโมยซีนหน่อยกับ…
เพลงที่นิ่งที่สุดเพลงนึงของอัลบั้ม Rosyln อคูสติกกีต้าโชยมาพร้อมเสียงประสานอันเบาบางจาก 2 นักร้อง Bon Iver และ St. Vincent ที่ผสมผสานทุกอย่างได้ลงตัวกับดนตรีเรื่อยๆ แต่ชวนประทับใจได้อย่างเหนือชั้น
Black Rebel Motorcycle Club สร้างความหม่นผสมความเฉื่อยๆต่อมาไม่ยั้งกับ Done All Wrong ที่เด่นมาด้วยเสียงร้องทรมานผสมโฟล์คชาๆ
หมดโศกกันเสียที Hurricane Bells เปิดโอกาสให้เราได้โยกนิดๆด้วย Monster เสียงเพลงอื้อๆเหมืิอนฟังจากลำโพงเก่าๆของรถเจ๊ Bell ก็แนวดีเหมือนกัน
เปิดช่วงโยกมาทั้งที่ Sea Wolf ก็ไม่พลาดปล่อยเพลงสุดลั๊ลล๊าสบายใจ The Violet Hour ให้ได้ขยับขยายกันไปพร้อมกับดนตรีง่ายๆแต่ชวนว้าว!!!
OK GO วงธรรมดาที่มีดนตรีง่ายๆ แต่สร้างรอยยิ้มได้ตลอดเวลามาพร้อมกับ Shooting The Moon ที่ยังคงมาตามมาตรฐาน ชิลเข้าไว้ให้ยิ้มได้!!! ก็เจ๋งได้เสมอ
ปิดอัลบั้มแบบซึ้งเล่นเช่นเคยกับสกอร์โชว์เปียโนไลน์สวยๆ New Moon (The Meadow) ที่คราวนี้เป็นฝีมือของ Alexandre Desplat หลากด้วยโน๊ต ตรึงอารณ์ด้วยความละเมียดละไม
แถมพิเศษด้วย BonusTrack เฉพาะแดนจิ้งโจ้ Thunderclap จาก Eskimo Joe แม้สกอร์ก่อนหน้าจะปิดได้สวยแล้วแต่เพลงนี้ดูจะเป็น Alternative Ending ที่ดูดีและมากด้้วยความหวังกว่าเยอะเลย!!!


รายชื่อเพลง

1. Meet Me At The Equinox – Death Cab For Cutie
2. Friends – Band Of Skulls
3. Hearing Damage – Thom Yorke
4. Possibility – Lykke Li
5. A White Demon Love Song – The Killers
6. Anya MarinaSatellite Heart – Anya Marina
7. I Belong To You (New Moon Remix) – Muse
8. Rosyln – Bon Iver & St. Vincent
9. Done All Wrong – Black Rebel Motorcycle Club
10. Monsters – Hurricane Bells
11. The Violet Hour – Sea Wolf
12. Shooting The Moon – Ok Go
13. Slow Life – Grizzly Bear (With Victoria Legrand)
14. No Sound But The Wind – Editors
15. New Moon (The Meadow) – Alexandre Desplat
BONUS TRACK FOR AUSTRALIA
16. Thunderclap – Eskimo Joe

สรุป อัลบั้มนี้การรวมพลครั้งสำคัญของเหล่าพลพรรคนักร้องคุณภาพที่คอเพลงอินดี้ชิลๆห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง ฟังง่าย ฟังสบาย แต่เข้าถึงคนฟังได้อย่างง่ายได้จนไม่รู้ตัวคือเสน่ห์ของการเลือกเพลงอย่างดีที่มีให้ฟังกันในอัลบั้มนี้


DOWNLOAD

Part 1 File Size 44.3 mb Host Up2U

Part 2 File Size 40.1 mb Host Up2U





2012 Original Motion Picture Soundtrack มหาวิบัตินี้ยังมีหวัง

7 12 2009

2012 Original Motion Picture Soundtrack

แม้จะเคยทำให้โลกเจอกับความวินาศมากมายตั้งแต่ต่างดาวบุก จนโลกกลายเป็นน็าแข็ง ก็ดูจะยังไม่สะใจเจ้าพ่อหนังมหาวิบัติอย่าง Roland Emmerich เสียที่ ด้วยเหตุมหาวิบัติที่ยิ่งกว่าจึงเกิดขึ้นใน 2012 แม้ชื่อจะสั้นๆแต่มันก็สร้างความสะพรึงให้คนดูไม่ใช่น้อยเพราะมันไม่ใช่การใบ้แต่อย่างใดหากแต่เป็นปีที่จะเกิดมหาวิบัติต่างหาก!!!

อัลบั้มเปิดมาด้วยเพลงฮิตฉบับบังคับที่ติดหูใครหลายคน Time For Miracle ที่ได้นักร้องดีกรีอเมริกันไอดอลอย่าง Adam Lambert มาขับร้องได้อย่างทรงพลังและเปี่ยมด้วยความหวัง แต่ก็น่าตลกดีที่พอไปอ่านเนื้อร้องมันไม่มีอะไรเกี่ยวกับมหาวิบัติเลย แต่เป็นรักนํ้าเ่น่าที่ละครบ้านเรายังอาย แต่เถอะน่ะ เพลงเค้าเพราะจริงๆ

และจากนี้ก็คือช่วงเวลาโชว์ฟอร์มของคอมโพสเซอร์คู่บุญ Emmerich อย่าง Harald Kloser โดยคราวนี้เค้าได้ควง Thomas Wander เข้ามาเอี่ยวด้วย ช่วงต้นๆนี้ก็เหมือนในหนังครับ ยังไม่มีฉากอลังการใดๆ แต่มากด้วยฉากการค้นหาและสืบค้นข้อมูลต่างๆทำให้สกอร์ที่ได้ฟังเต็มไปด้วยอารมณ์ Detective สุดๆ แทรคที่น่าจดจำในช่วงนี้เห็นจะเป็น U.S. Army ดนตรีที่ลองลอยไปช้าพร้อมกับดนตรีที่คอยเคลือบแคลงเข้ามาเรื่อยที่ล่ะชิ้นๆ ทำให้รุ้สึกถึงการปกปิดอย่างจับต้องได้ ในสไตล์ทหารหาญ
Spirit Of Santa Monica สกอร์เปิดระทึกครั้งแรกใช้ดนตรีโฉบเฉี่ยวไปมาของเครื่องสาย แต่หนักหน่วงด้วยเพอคัสชั่น ให้อารมณืหนังสยองขวัญมานิดๆ
พักใจซักนิดกับ It Ain’t The End Of The World เพลง Jazz เบาๆฟังขั้นเรื่องจาก George Segal & Blu Mankuma แม้จะฟังชิลๆ แต่เนื้อหามันเนี้ยเข้ากับหนังจริงๆ แค่ชื่อก็คงรู้
ลุ้นระทึกนิดๆแบบควบด้วย Finding Charlie กับ Run Daddy Run แม้จะแยกเป้นคนล่ะเพลงแต่ทั้ง 2 กับเชื้อมอารมณ์กันเป็นอย่างดี โดยเพลงแรกเป้นฝ่ายบิ๊ว และ เพลงหลังเป็นการส่งต่ออารมณ์ให้สมบูรณ์ด้วยการบรรเลงอย่างเร้าใจของเพอคัวชั่นและเครื่องสาย
Leaving Las Vegas หนึ่งในฉากใหญ่แน่นอนว่าสกอร์ช่วงนี้ลุ้นกันมันส์หยด ผมชอบทีเดียวกับไลน์ของดนตรีที่ใช้เครื่องดนตรีต่างๆบรรเลงเข้ากันอย่างตื่นเต้น และจบลงแบบไม่ได้หายใจ
แม้จะบอกว่าเพลงก่อนหน้าเร้าใจแต่ We Are Taking The Bentley ทำออกมาได้ระทึุกยิ่งกว่าตั้งแต่เปิด เพอคัสชั่นในแทรคนี้ค่อนข้างแน่นทีเดียว ถึงกระนั้นเครื่องสายก็ไม่ยอมเสียดสีอย่างดุดัน แม้จะตามสูตรระทึกไปหน่อยแต่มันกระตุ้อารมณ์อย่างดีเยี่ยม
Nampan Plateau แทรคที่สวยงามและยอดเยี่ยมสุดของช่วงกลางด้วยดนตรีที่บรรเลงอย่างนุ่มนวล ไปพร้อมกับเสียงร้องจางๆให้ได้กลิ่นอายสกอร์ของ The Day ปะปนมาด้วย แต่เป็นตัวของตัวเอง จากทำนองที่ม่คล้ายคลึงกัน
Open The Gates! หนึ่งในเพลงประกอบฉากที่น่าจดจำฉากนึงของหนังการโต้แย้งของความเห็นแก่ตัวกับความหวัง ทำให้เราได้ฟังดนตรีหม่นตัดสลับกับดนตรีมากด้วยความหวัง
เปิดระทึช่วงท้ายด้วย The Impact ดนตรีกระหนํ่าไม่ยั้งชนจังๆดังคลื่นซัด ดนตรีหนักๆ อารมณ์แรงๆจากไวโอลินสะใจสุดๆ
2012 The End Of The World บรรยายความวินาศต่างๆตามชื่อเพลงตลอดทั้งเพลงเต็มไปด้วยดนตรีขลึมๆ ปนความโศก และยังเป็นการโชว์เครื่องเป่าให้ฟังกันชัดๆ
Collision With Mount Everest เสียวตัวโก่งครั้ง อีกหนึ่งครั้งที่มีการเล่นกับเครื่องดนตรีแบบไม่ยั้งจนจะจุก การเล่นดนตรียังคงคล้ายๆกับเพลงอื่นๆ
The End Is Only The Beginning การรวม 2 อารมณ์รหว่างสูญ้สียกับความหวังไว้ด้วยกันอย่างละไม เสียงเปียโนเบาๆ เครื่องสายเบาค่อยๆบรรเลงชวนฝันเป็นการปิดท้ายชุดสกอร์อย่างสวยงาม
Fades Like A Photograph เพลงร็อคเพราะๆ ฟังได้เรื่ิอยๆ แถมมาปิดท้ายจาก Filter อาจไม่ได้ซึ่งแต่ก็ได้อารมณ์คล้ายๆ Time for Miracle เหมือนกัน

สุดท้ายจริงผมขอแถม 1 เพลงพิเศษที่หลายคนคงตามหากับสกอร์จากในตัวอย่างสุดระทึก Master of Shadows จากกุนสือแห่งการทำเพลงตัวอย่างที่เราๆรู้จักกันดี Two Steps From Hell สรรพคุณคงไม่ต้องบรรยายอะไรมาก การบรรเลงดนตรีสุดเร้าใจ ควบคู่กับเสียงร้องคอรัสตระการหู ทั้งหมดนี้ทำให้มันเป็นอีกหนึ่งสกอร์ที่น่าจดจำอย่างที่แล้วๆมา!!!


รายชื่อเพลง

1. Time For Miracle – Adam Lambert
2. Constellation
3. Wisconsin
4. U.S. Army
5. Ready To Rumble
6. Spirit Of Santa Monica
7. It Ain’t The End Of The World – George Segal & Blu Mankuma
8. Great Kid
9. Finding Charlie
10. Run Daddy Run
11. Stepping Into The Darkness
12. Leaving Las Vegas
13. Ashes In D.C.
14. We Are Taking The Bentley
15. Nampan Plateau
16. Saving Caesar
17. Adrian’s Speech
18. Open The Gates!
19. The Impact
20. Suicide Mission
21. 2012 The End Of The World
22. Collision With Mount Everest
23. The End Is Only The Beginning
Exclusive BonusTrack Only at The aCtDeltAS
24. Master of Shadows – Two Steps From Hell

สรุป ถ้าไม่นับเพลงร้องสกอร์จาก Harald Kloser และ Thomas Wander ชุดนี้แม้จะสร้างความระทึกได้อย่างดีเยี่ยมเฉกเช่นในหนัง แต่มีสิ่งหนึ่งที่หายไปอย่างน่าสียดายคือ อารมณ์ความเศร้าและสิ้นหวัง อย่างทีเคยมีมาใน The Day After Tomorrow ซึ่งตรงนี้นอกจากจะทำให้อารมณ์สมบูรณ์มันจะยังทำให้ตราตรึงใจมากกว่าอีกด้วย!!!


DOWNLOAD

Part 1 File Size 45.6 mb Host ThailandBlogger

Part 2 File Size 40.2 mb Host ThailandBlogger





Surrogates The Single Edition

6 10 2009

Surrogates The Single Edition

Surrogates คือโลกเสมือนที่ให้ผู้คนทั้งโลกได้ทำในสิ่งที่อยากอย่างไร้อันตรายด้วยการบังคับหุ่นยนต์ที่เป็นตัวแทนของชีวิตที่คอยควบคุมอยู่ที่บ้านอย่างปลอยภัย แต่แล้วเมื่อเกิดเหตุการณ์ฆาตรกรรมเกิดขึ้นผ่าน Surrogates มนุษยชาติต้องผงะเมื่อพบว่าสิ่งตายไม่ใช่แค่เพียงหุ่นแต่มันรวมถึงชีวิตพวกเขาเองด้วย!!!

ใน Single Edition ชุดนี้เป็น 1 เพลงที่มีข่าวว่าจะอยู่ในภาพยนตร์ และ 1 เพลงจากในตัวอย่าง โดยเพลงแรกเป็นผลงานเพลงร้อคมันส์ๆจาก Saliva วงที่ค่อนข้างมีเชื่อเสียงกับการทำเพลงประกอบให้ศึกมวยปลํ้า WWE แต่ส่งสัยจะดังไม่สะใจเลยขอมาทำให้หนังมั่งกับ How Could You? ซิงเกิ้ลล่าสุดจากอัลบั้ม Cinco Diablo เนื้อหาในเพลงแม้ในทางตรงอาจไม่ตรงคอนเซ็ปหนังเป๊ะ แต่ทางอ้อมนี้ขอบอกว่าโดนครับ กับเนื้อหาที่ว่าด้วยการถูกหลอกลวง โดยที่ตัวเองรับรู้ เหมือนกับโลกของ Surrogates ที่ผู้คนต่างปล่อยชีวิตผ่านโลกไซเบอร์ออนไลน์และอยู่กับมันเหมือนเป็นชีวิตจริง เป็นการเสียดสีทางอ้อมที่เจ๋งดีไม่ใช่น้อย
เพลงที่สองเป็นผลงาน Score ขั้นเทพจาก Celldweller โปรเจควงอิเลคทรอนิคร็อคจาก Detroit เพลงที่นำมาเสนอนี้คือเพลง Ursa Minor ฉบับ Neutron Mix จากอัลบั้มที่หายากสุดๆ Soundtrack for the Voices in My Head Vol. 1 ดนตรีมีความยาวเพียง 1.44 นาที เท่านั้นแต่ด้วยฝีมือพวกเขาทำดนตรีออกมาได้อย่างดุดันกระแทกอารมณ์อย่างไม่น่าเชื่อ เสียงกลองกึกก้องที่เกรียวกราว ควบคู่กับเสียงกีต้าร้อนแรงฟาดฟันกันออกมาเป็นเป็นดนตรีชั้นเยี่ยมที่เพิ่มดีกรีความร้อนแรงใ้ห้กับตัวอย่างหนังอย่างตระการตา!!!

เรียกได้ว่าห้ามพบาดครับสำหรับ Single Edition ตัวนี้เพราะ Score ขั้นเทพของ Celldweller ตัวนี้เค้าเยี่ยมจริงๆ คุณภาพทั้ง 2 เพลงเป็น 320 kbps หนักแน่นสะใจแน่นอน!!~


รายชื่อเพลง

1. How Could You? – Saliva

2. Ursa Minor (Neutron Mix) – Celldweller


DOWNLOAD

Track 1-2 File Size 10.2 mb Host Up2U

ขอบคุณลิ้งจาก McMurphy






District 9 Original Motion Picture Soundtrack

19 09 2009

District 9 Original Motion Picture Soundtrack

ผู้คนทั้งโลกต่างตกตะลึงและสงสัยกับการมาเยือนของยานลำยักษ์จากต่างดาวที่หาได้ไปจอด ณ เมืองสำคัญของโลกอย่างนิวยอร์คหรือวอชิงตันแต่อย่างใดหากแต่เห็นเมืองอันแล้งแค้นกลางแอฟริกาใต้อย่าง โจฮานเนสเบิร์ก มนุษย์โลกผู้ดูเหมือนจะใจดีได้บังคับให้เหล่าอคันตุกะอาศัยในเขตกักกันที่มาสภาพไม่ต่างกับสลัมที่มีชื่อเรียกว่า District 9 ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานนาม MNU เมื่อเวลาผ่านไปนานกว่า 2 ทศวรรษ District 9 ดูเหมือนจะเก่าและทรดโทรมเกินไปทางหน่วยงานจึงได้ส่งชุดทีมเข้าในเพื่อจุดประสงค์จะฅโย้กย้ายเหล่าอันคันตุกะไปอาศัยในที่ใหม่ที่ห่างไกลจากตัวเมือง แต่ดูเหมือนว่างานนี้จะไม่ง่ายอย่างที่คิดเอาไว้?!!

อย่างที่หลายคนสร้างทีมงานเรื่องนี้ส่วนใหญ่แทบจะโนเนมแต่มากฝีมือทั้งสิ้นงานนี้รวมถึงคอมโพสเซอร์อย่าง Clinton Shorter นักประพันธ์ที่มีผลงานทางโทรทัศน์มากมายและเคยรวมมือกับผู้กำกับ Neill Blomkamp มาแล้วในผลงานหนังสั้นต้นกำเนิด D9 อย่าง Alive in Joburg คราวนี้ดูเหมือนจะเป็นการเปิดตัวสู่สายตาชาวโลกอย่างเต็มก้าวของเขามาดูกันว่าผลงานชิ้นนี้เป็นเช่นไร

เปิดอัลบั้มมาด้วย District 9 แทรคยาวที่มีเสียงรํ่าร้องกังวาลที่ล่องลอยอย่างโหยหวนสไตล์แอฟริกัน ตลบอบอวลกับเสียงเครื่องสายที่ค่อยๆพัดพาอย่างช้าๆ บรรยายถึงบรรยากาศแห่งความร้อนและแล้งแค้นของเหล่าผู้มาเยือนได้อย่างลึกซึ้งในช่วงต้น ในช่วงท้ายดนตรีเพิ่มอารมณ์ให้เข้มข้นด้วยเครื่องเป่าและเพอคัสชั่น ดั่งการกระทำอันโหดร้ายของมนุษย์ต่อเหล่าต่างดาวที่ไม่มีวันจบวันสิ้นก่อนจะปิดด้วยเสียงค่อยๆเลือนลางดังความหวังที่นับวันยิ่งสาบสูญ
I Want That Arm เปิดตัวอย่างกดดันและยํ้าด้วยเพอคัสชั่นอึกทึกควบกับเครื่องสายที่บรรเลดนตรีขึ้นลงดังอารมณ์ที่ไม่อยู่นิ่งและทวีคูณความเข้มขึ้นเรื่อยๆจนจบ
She Calls เปิดตัวด้วยเสียงเครื่องเป่าดังยาวลากแล้วค่อยประสานกับเครื่องดนตรีแต่ล่ะชนิดอย่างบรรจงช้าๆและเลือนหายไป
Exosuit นำเสียงร้องกังวาลมาใช้อีกครั้งแต่เพียงแค่ครึ่งเดียวช่วงทีเหลือคือการใส่อารมณ์หนักอย่างไม่ยั้งเครื่องสายบรรเลงเคล้ากันได้อย่างลงตัวสร้างอารมณ์ความกล้าหาญได้อย่างดีเยี่ยม
Harvesting Material เป็นแทรคที่เสียงแปลกของเครื่องเขย่าคล้ายเม็ดหินดินทรายตลบกับเพอคัสชั่นแน่นๆ พร้อมเครื่องเคาะหลากหลายให้อารมณ์การไล่ล่าที่เปี่ยมด้วยสไตล์แอฟริกันอย่างแท้จริง!
Heading Home ชื่อดูเหมือนจะฟังสบายแทรคเปิดตัวมาด้วยอารมณ์หลอนนิดๆ ก่อนจะเข้าสู่ช่วงดนตรีฟังสบายบรรเลงเรื่อยๆและคล้อยหายไป
A Lot of Secrets แทรคนี้ในด้านดนตรีเป้นเหมือนการรวมร่างของ Harvesting Material กับ Exosuit ในความคิดผม แต่อารมณืที่ได้นี่ช่างต่างกับทั้ง 2 อย่างลิบลับกัับความลับที่ไม่ลับ? ดนตรีที่เพิ่มมาคือเครื่องเคาะมีมากขึ้นกว่าเดิมฟังแล้วชวนติดตามไม่ใช่น้อย
Back to D9 ดนตรีเน้นลากยาวเฉกเช่นใน She Calls เน้นอารมณ์นิ่งเงียบกับเสียงเครื่องดนตรีไม่กี่ชนิด แต่ใช้ได้ผลอย่างดี
Wikus Is Still Running อึกทึกอย่างดุดันหั่นแหลกแต่วินาทีแรกแทรครัวเพอคัสชั่นไม่ยังทั้งออเคสตร้า และ เครื่องดนตรีอื่นๆ ซัดฟัดกันอย่างเมามันสร้างความลุ้นระทึกได้อย่างดีทั้งนี้ยังมีการแทรดเสียงของซินท์เข้ามาด้วย เรียกได้ว่าเป้นแทรคกระตุ้นอะดรีนาลีนทีุ่สดของอัลบั้ม!!!
สานอารมณ์เพลงข้างต้นต่อด้วย Get Him Talking ยังหนักแน่นเช่นเคยกับเพอคัสชั่นทั้งยังเพิ่มความหนักกับเครื่องเป่าทองเหลืองมาอีกนิด แน่นอนว่าเครื่องสายที่เล่นเป็นแบรคกราวน์ก็สร้างอารมณ์ได้เป็นอย่างดี
Prawnkus แทรคปิดท้ายของอัลบั้มแทรคนี้ค่อนข้างมีผลกรแทกอารมณ์สำหรับผู้ที่ไปชนภาพยนตร์มาแล้ว เสียงดนตรีที่บรรเลงอย่างช้า กับเสียงเพลงที่ค่อยๆล่องลอยอย่างโหยหวน แล้วแทรกเข้าด้วยเสียงร้องกังวาลช่วยดันอารมณ์ให้ตันอย่างสุดๆ เป็นการปิดอัลบั้มที่สวยแต่เศร้าไม่ใช่น้อย

หลังจากฟังอัลบั้มนี่จบ District 9 ไม่ได้จะทำให้เพียงเหล่าดาราและผู้กำกับ Neill Blomkamp เท่านั้นที่จะดังเป็นพลุแตก งานนี้รวมถึง Clinton Shorter ที่ได้สร้างอารมณ์ที่สมบูรณ์แบบให้แก่ภาพยนตร์ด้วยดนตรีที่เปี่ยมด้วยสไตล์อันลงตัว!!!

แถมท้ายด้วยเพลงพิเศษจากผมเอง The Reckoning เพลงสกอร์ดุดันชั้นดีที่ถูกใช้ในตัวอย่างของภาพยนตร์จาก Machine Vandals ในเพลงนี้มีเสียงกีต้าเพิ่มเข้ามาด้วยจากที่ในตัวอย่างมีเพียงเสียงเปียโน แน่นอนว่างานนี้โดนครับ!!!


รายชื่อเพลง

1. District 9
2. I Want That Arm
3. She Calls
4. Exosuit
5. Harvesting Material
6. Heading Home
7. A Lot Of Secrets
8. Back to D9
9. Wikus Is Still Running
10. Get Him Talking
11. Prawnkus
Bonus Track by aCtDeltAS
12. The Reckoning – Machine Vandals


DOWNLOAD

Track 1-12 File Size 49.3 mb Host Up2U

ขอบคุณลิ้งจาก iCe_Cmpr





GAMER The Single Edition

3 09 2009

GAMER The Single Edition

Sweet Dreams (Are Made Of This) ผลงานเพลงฝัน(ไม่)หวานของนักร้องเมทัลหน้าผี Marilyn Manson ที่เคยฝากเพลงประกอบตัวอย่างอันน่าจนจำใน MAX PAYNE คราวนี้เค้ากลับมาอีกครั้งในตัวอย่างภาพยนตร์แอ็คชั่นฅนเล่นฅน GAMER

ทุกคนมีความฝัน ทุกคนมีความ ทุกคนมีความรู้สึก และ ทุกคนมีความอยากที่จะทำอะไรดั่งใจ อย่างไร้กฏเกณฑ์ เรื่องเหล่านี้ซ่อนอยู่ลึกในจิตใต้สำนึกของทุกคน นี่คือแก่นหลักของเพลงเมทัลทำนองดุเพลง Sweet Dreams ที่ช่างเข้าเสียจริงกับตัวหนัง GAMER ที่ว่าด้วยการเอาตัวรอดจากการถูกบังคับและข่มเหงสุดทารุณให้นำชีวิตของพวกเค้าไปเป็นเพียง เกมๆนึง เสียงกี้ต้าคงที่เป็น Intro ดังสรภูมิของเกมส์ที่กำลังจะออนไลน์ กล้องกึงก้องดังราวเสียงหัวใจของทั้งคนเล่นและผู้ถูกบังคับให้เล่นที่พรุ่งพร่านแทบหายใจไม่ทัน เสียงร้องกรีดกร้าวและโหยหวนของ Manson ก็คงไม่ต่างจากความทรมาณของเหล่าฅนเกมส์ที่ถูกข่มเหงอย่างไม่มีทางเลี่ยงยิ่งกว่านักโทษในแดนนรก กลองกี้ต้าที่ดังออกมาไม่ต่างจากเสียงปืนกับระเบิดที่ดังลั่นปิดชีวิตผู้คน ก่อนจะจบลงด้่วยเสียงสัญญาณที่ขาดหายไปอย่างเฉือยชาและไร้ความรู้สึกไม่ต่างจากผู้เล่นที่คิดเพียงว่าทุกอย่างที่ทำไปมันเป็นแค่เกมส์ แม้สิ่งที่ตัวเองทำลงไปนั้นจะเป็นจริง…

จริงๆเพลงนี้ค่อนข้างเก่าเลยครับออกมาตั้งแต่ 1999 ทั้งยังเป็นเพลงที่แจ้งเกิด Marilyn Manson อย่างเต็มๆ แน่นอนถ้าใครชื่นชอบในดนตรีสไตล์ Alternative Metal โหยหวนตรึงอารมณ์ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง!!!


DOWNLOAD

GAMER The Single Edition File Size 7.80 mb Up2U

ขอบคุณลิ้งจาก iCeCmpr





Inglourious Basterds Motion Picture Soundtrack

22 08 2009

Inglourious Basterds Motion Picture Soundtrack

กาลครั้งหนึ่ง ณ ฝรั่งเศสที่ ณ วันนั้นนาซีได้ครอบครองกดขี่ข่มเหงไล่าฆ่าล่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว กลุ่มทหารอเมริกันพันธุ์ยิวเลือดเดือดสุดแสบนาม The Basterds ได้นำกลุ่มของตนที่มีจำนวนเท่าหยิบมือแฝงตัวเข้าไปในดินแดนแห่งครามกับแผนสังหารจอมคนเผด็จการหนวดจิ๋มอหังกาอินทรีย์เหล็กที่คุณก็รู้ว่าใคร (ไฮท์ ฮิตเลอร์) ด้วยวิธีการที่ไม่มีใครหน้าไหนจะพินิจพิจารณาได้ กับการเผาโรงหนังรอบปฐมทัศน์ที่เต็มไปด้วยนายทหารนาซีชั้นสูงทั้งหลายให้ตายเป็นเตาตะโก!!!

สำหรับเพลงประกอบ QT ยังคงเป็นผู้คัดสรรจัดการเช่นเคย ผมขอบอกเลยว่างานนี้เด็ดกว่าทุกครั้ง อัลบั้มเปิดตัวอย่างเริ่ดสะแมนแตนด้วย The Green Leaves of Summer ผลงานซาวด์งามจาก Nick Perito ที่ชวนให้นึกถึงที่แสนสุขชวนตระกาลตาสไตล์ยุโรป ที่นั้นไม่ใช่ที่ไหนมันคือ ฝรั่งเศส The Verdict ทำนองคุ้นหูบรรเลงอย่างแปลกหูดนตรีฝีมือ Ennio Morricone (เจ้าเก่าจาก Kill Bill Vol.2) ที่เหลือล้นด้วยสไตล์ความชอบของ QT กับการนำเปียโนควบกับีต้าแม็กซิกันอย่างน่าหลงไหล White Lightning อีกหนึ่งผลงานสานฝันมันส์อารมณ์ QT กับความเป็นตะวันตกจ๋าของ Charles Bernstein นักดนตรีโฟคชาวมะกัน มาถึงเพลงร้องเพลงแรกในอัลบั้ม Slaughter กีต้าวาดลายกระจายอารมณ์พร้อมเสียงร้องจาก Billy Preston ที่เปี่ยมด้วยอารมณ์ Exploitation ช่างสะใจดีแท้ The Surrender อีกหนึ่งดนตรีดีจาก Morricone ที่มากอารมณ์ตะวันตกยิ่งกว่าเดิมกับเสียงเครื่องเป่าพร้อมเสียงประสานที่ตรึงอารมณ์ One Silver Dollar อีกหนึ่งแทรคสุดยอดของ The Film Studio Orchestra ที่นำเอาแตรประสานคู่กับ Mariachi เม็กซิกันจ๋าด้วยความเก๋า หนังนาซีทั้งทีไม่มีเพลงชาวเบียร์ก็คงกะไร Davon Geht Die Welt Nicht Unter เพลงป็อป(โคตร)คลาสสิคนี้ช่างตอบโจทย์ได้ดีแท้!!! The Man with the Big Sombrero อีกหนึ่งเพลงสุดคัลท์อมตะตลอดกาลจาก Michael Andrew และ Samantha Shelton ที่สมัยเอาหนังหัวเป็นประกันว่าไม่มีให้ฟังอีกแล้ว Ich Wollt Ich Waer Ein Huhn เพลงที่โด่งดังอย่างมากในช่วงสงครามเยอรมันของ Lilian Harvey และ Willy Fritsch ที่ชวนนึกถึงเพลงธ๊มลูนนี่ตูนส์ชะมัด Main Theme from Dark of the Sun ผลงานดนตรีที่ดุใหญ่เชียวของ Jacques Loussier ในดนตรีที่เปี่ยมด้วยอารมณ์ไล่่ล่าท่ามกลางบรรยากาศพิศดาล และแล้วมาถึงเพลงที่ช่างโดนใจผมอย่างจังตอนชมภาพยนตร์ Cat People หรืออีกชื่อหนึ่ง Putting Out the Fire งานเพลงสุดเร้าร้อนมากคุณภาพจาก David Bowie ที่เข้าอย่างดีกับฉากของหนังและบรรยากาศต่างๆ จนต้องคำนับให้หนึ่งที Tiger Tank อีกหนึ่งสกอร์ที่ควรค่าแก่การฟังของ Lalo Schifrin กับดนตรีอารมณ์ระทึกแบบปรอทแตก ปิดอัลบั้มอย่างสุดยอดเดียว 2 เพลงอันน่าจดจำของ Ennio Morricone ปิดแรก Un Amico ดนตรีสุดวิลิสมาหรางามหูที่สุดของอัลบั้มและอาจที่สุดที่เคยได้ฟัง กับความสมบูรณ์แบบอย่างถึงที่สุด ปิดสุดท้ายอย่างตะลึงตึงๆ Rabbia E Tarantella เครื่องเป่าเสียงหนัก ประชันด้วยไวโอลิน เร็วกระชับบาดอารมณ์ดังการบรรยายเหตุการณ์เดือดที่เกิดมาทั้งเรื่องอย่าง…ดี่สะระเต็ด!!! เด็ดสะระตี่!!!

นี่คือสุดยอดอัลบั้มที่ผมหามานานกับการรวบรวมเพลงและดนตรีขั้นเทพอย่างไม่เคยเกิดขึ้นในอัลบั้มเพลงประกอบเรื่องไหนมาก่อน มากกว่าคำว่าสุดยอด และเหนือกว่าด้วยความสมบูรณ์แบบนี่คือ “หนึ่งในสุดยอดอัลบั้มเพลงประกอบแห่งปี!!!” ที่ไม่ควรพลาด!!!


รายชื่อเพลง

1. The Green Leaves of Summer – Nick Perito
2. The Verdict – Ennio Morricone
3. White Lightning (Main Title) – Charles Bernstein
4. Slaughter – Billy Preston
5. The Surrender (La Resa) – Ennio Morricone
6. One Silver Dollar (Un Dollaro Bucato) -The Film Studio Orchestra
7. Davon Geht Die Welt Nicht Unter – Zarah Leander
8. The Man With the Big Sombrero – Michael Andrew and Samantha Shelton
9. Ich Wollt Ich Waer Ein Huhn – Lilian Harvey and Willy Fritsch
10. Main Theme from Dark of the Sun – Jacques Loussier
11. Cat People (Putting Out the Fire) – David Bowie
12. Tiger Tank – Lalo Schifrin
13. Un Amico – Ennio Morricone
14. Rabbia E Tarantella – Ennio Morricone


DOWNLOAD

Track 1-14 File Size 53.7 mb Host Ulbuzz





Kill Bill Vol.2 Original Soundtrack

20 08 2009

Kill Bill Vol.2 Original Soundtrack

เมนูอาหารหลากแค้นของเจ้าสาวในคราบเลือดมากถึงม้วนจบเสียแล้วหลังจากตลุยแดนซูชิถล่มรังเจ้าแม่โตเกียว คราวนี้ถึงที่บุกแดนตะวันตกเพื่อสะสราง 3 บัญชีสุดท้าย ท่ามกลางดินแดนที่เร่าร้อน ความแค้นของเธอนั้นกลับร้อนยิ่งกว่าทั้งยังใกล้ปะทุเสียทีจวนจะระเบิด กำลังทั้งชีวิตฝังดาบลงในร่างของชายที่มีชื่อว่า “บิล” แต่มันคงไม่ง่ายอย่างที่เธอคิดเพราะเธอต้องเจอกับอุปสรรค์ที่ยากจะข้ามไปง่ายๆ อุปสรรค์นี่หาใช่ฝูงนักฆ่าชั้นเยี่ยจากทุกมุมโลก หากแต่เป็นการปรากฏตัวของลูกสาวที่เธอคิดว่าตายไปแล้ว?!!

เปิดอัลบั้มมาด้วย Dialogue เท่ของเจ้าสาวนักฆ่า Uma Thurman อันเปี่ยมไปด้วยความแค้น และตามด้วยเพลงซาวด์สวยๆเสียงร้องเพราะจาก Shivaree ใน Goodnight Moon ที่ชวนติดใจกับเสียงเบสจังหวะเท่ๆ ร้ิอนๆสไต์ตะวันตกกับดนตรีเบาเฉากับคนร้อง Can’t Hardly Stand It จาก Charlie Feathers ที่แบกมาแค่กีต้าและเสียงร้องบรรเลงเพลงให้ฟัง คลุกความร้อนต่อด้วยเสียงร้องคอรัสจากหนุ่มน้อยเสียงดีภาษาสเปน Tu Mira ที่เพิ่มตอกยํ้าอารมณ์ตะวันตกอย่างแท้จริง ถึงแทรคสุดเด่นประจำอัลบั้ม Summertime Killer เสียงกล้องมือกระทบตรบไปมา เสียงกีต้าบรรเลงเพลง อย่างเร้าร้อนด้วยความเมามันส์ รวมกันกลายเป็นดนตรีสุดเจ๋งเปี่ยมด้วยสไตล์ของ Luis Bacalov และประชันกันต่อด้วย The Chase เบสประสานงานความเพราะกับฟลุตวาดลายร้ายไม่ใช่เบา เปิดอัลบั้มได้ฟังเสียง Uma แล้วกลางและปิดอัลบั้มก็มาฟังเสียงปู่บิล David Carradine ในบทพูดเท่ๆที่มีให้ฟังกันถึง 2 บท The Legend Of Pai Mei และ Truly And Utterly Bill แล้วแนวแบบใครไม่เคยเหมือนกับเสียงอันยากจะลืมเลือนของ Johnny Cash ในบทเพลง A Satisfied Mind ที่ควบมาพร้อมกับกีต้าโป่งคู่ใจ About Her เรื่องของเธอที่ผมช่างติดใจเสียเหลือเกินกับดนตรีสังเคราะห์ควบกับเสียงร้องที่มากด้วยอารมณ์ R&B หนักๆ ร้อนสุดท้ายด้วย Malague a Salerosa เพลงสเปนนิชมากอารมณ์ของ Chingon ที่ช่างน่าประทับใจกับโซโลกีต้าสไตล์แม็กซิกัน และปิดท้ายแบบฉีกแนวทั้งอัลบั้มด้วยเพลงญี่ปุ่นแต่เปี่ยมอารมณ์ตะวันตกใน Urami Bushi แต่เพลวงนี้ก็ยังคงเอกลักษณ์แดนปลาดิบไว้อย่างครบถ้วนด้วยเสียงร้องเพราะๆจาก Meiko Kaji

ทางด้านสกอร์เพราะๆสไตล์ตะวันตกจาก Ennio Morricone ที่มีมาให้ฟังกัน 3 เพลงในอัลบั้มล่องลอยมาเบาๆ ก็ถือว่าคัดมาแบบเด็ดๆทั้งนั้น Il Tramonto เบาหวิวกับเสียงกีต้าโป่งสไตล์ลาตินที่ค่อยๆล่องลอยมา L’Arena คือแทรคโชว์ความเจ๋งอย่างแท่จริงกับการเปิดตัวมาอย่างเบาๆของเสียงผิวปากแล้วค่อยเพิ่มดนตรีจากกี้ต้าและเครื่องเป่าให้มากขึ้นอย่างนุ่มนวลก่อนจะถึงจุคพีคอันตราตรึงอย่างมีชั้นเชิง A Silhouette Of Doom เคร่งเคลียดนิดกับจังหวะเปียโนและพอคัสชั่น ที่สลับหน้าที่กันสร้างจวะความดุและเพิ่มดีกรีด้วยเครื่องเป่าทองเหลือง ทั้งหมดนี้ล้วนทำให้นึกถึงหนัง สปาเก็ตตี้ เวสเทิร์น ยุคเก่าซึ่งเป็นแนวโปรดของ QT

เป็นอีก 1 อัลบั้มที่สนองเจตนารมณ์ของผู้กำกับคางยาว QT เป็นอย่างดีกับการรวมเพลงจากมากหลากศิลปินดีกรีคุณภาพ แบบแน่นเอี๊ยดไม่แพ้ภาคแรก ทั้งยังน่าจดจำอีกด้วย!!! งานนี้คงต้องชมผู้กำกับที่นอกจากทำหนังเก่งแล้ว ยังเลือกเพลงระดับเทพอีกด้วย!!!


รายชื่อเพลง

1. A Few Words from The Bride – Uma Thurman
2. Goodnight Moon – Shivaree
3. Il Tramonto – Ennio Morricone
4. Can’t Harldy Stand It – Charlie Feathers
5. Tu Mira – Loley Manuel
6. Motorcycle Circus – Luis Bacalov
7. The Chase – Alan Reeves, Phile Steele and Philip Brigham
8. The Legend of Pai Mei –David Carradine and Uma Thurman
9. L’Arena – Ennio Morricone
10. A Satisfied Mind – Johnny Cash
11. A Silhouette of Doom – Ennio Morricone
12. About Her – Malcolm McLaren
13. Truly and Utterly – Bill David Carradine and Uma Thurman
14. Malaguena Salerosa – Chingon
15. Urami Bushi – Meiko Kaji


DOWNLOAD

Track 1-15 File Size 43 mb Ulbuzz

*คุณภาพเสียง 128 kbps น่ะครับ





Kill Bill Vol.1 Original Soundtrack

18 08 2009

Kill Bill Vol.1 Original Soundtrack

กลางเอลปาโซ เทคซัส ณ โบสถ์แห่งนึง สายตาหลายคู่โดยเฉพาะชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าบ่าวจ้องเขม๋งไปที่ เจ้าสาวท้องป่องแสนสวย นี่คืองานแต่งที่แสนจะสมบูรณ์แบบแบบ ถ้าหากเสียงระฆังลั่นวิวาจะไม่กลายเป็นเสียงปืนดังลั่นที่เจาะกระโหลกเจ้าสาวให้ลาโลก หายในพริบตา แต่เพราะฟ้าช่วยหรือนรกยังไม่ต้องการ เธอจึงได้ฟื้นขึ้นมาและได้ของขวัญกล่องโตจากยมโลก ที่เรียกว่าความแค้น…แก่สาวผมทองซึ่งหารุ้ไม่ว่าอดีตนักฆ่าที่อันตรายที่สุดในโลก บัดนี้คงไม่มี อาหารมื้อไหนจะน่าลิ้มรสสำหรับเธออีกแล้วนอกจาก อาหารจานเด็ดที่ขึ้นชื่ิอว่า “การล้างแค้น

เปิดอัลบั้มมาด้วยเสียงขันขานความเศร้าเคล้าความแค้น Bang Bang (My Baby Shot Me Down) จาก Nancy Sinatra ที่เขย่าความโศกให้กับ Luis Enrique Bacalov บรรเจิดงานอลังการความเศร้าอย่างไม่บันยะบันยังใน The Grand Duel เปลี่ยนโทนเศร้ามาคัลท์สยองกับ Twisted Nerve เสียงผิวปากแผ่วเบาที่ไร้ศึกอันตรายแห่งชวนขนลุกอย่างไม่น่าเชื่อ กระตุ้นกันเล็กน้อยกับเสียงเขย่าเคาะสะเดาะแค้น Run Fay Run โดย Isaac Hayes ที่เตลิดเปิดทางความป่วนให้กับธีมไอ้ตั๊กแตนเขียว Green Hornet ของ Al Hirt อย่างเร้าใจใครก็หยุดไม่อยู่ ก่อนจะมันส์กับบทเพลงยากจะลืมเลือนใน Battle Without Honor Or Humanity เสียงกี้ต้าสกิดใจใส่ความมันส์กับดนตรี Jazz ในส่วนผสมที่สุดของความกล่มกล่อมจากนักกีต้าขั้นเทพจากแดนซูชิ Tomoyasu Hotei แต่ถ้าใครคาวกลิ่นปลาดิบต้องมาแก้เลี่ยนด้วยดนตรีเผ็ดๆสไตล์เม็กซิกันจาก Santa Esmeralda ในเพลงที่ชวนปรบตบมือตามย๊าวยาว Don’t Let Me Be Misunderstood ตอนรับสามสาว Rock สัญชาติปลาดิบ 5.6.7.8’s ที่ป๋า QT ไปติดใจแบบตั้งตัวไม่ทัน ก่อนที่จะนำพวกเธอเหล่านี่มาเพอฟอร์มสดกันในหนังเสียเลยกับเพลง Woo Hoo เพิ่มอารมณ์เอเชี่ยนกันอีกนิดด้วยเสียงขลุยอันกึกก้องกลางความเหงาของ Zamfir ใน The Lonely Shepherd และให้ตื่นตัวแบบสุดๆจนแทบคลั่ง แน่นอนว่าคงไม่มีเพลงไหนทำให้คุณตื่นตัวขนาดนี้ได้มากไปกว่า Ironside

นอกจากดนตรีหลากหลายจากมากเหล่าศิลปินยังมีบทเพลงพิเศษที่ทำขึ้นมาโดยเฉพาะจากเพื่อนซื้ของผู้กำกับ QT ที่คุณอาจมองข้าง The RZA กับการหยิบเสียงแปลกหูแล้วแปลกตาที่ 2 เหล่าคนทำหนังและนั่งฟังเพลงได้ยินกันมาแต่เด็ก จนเกิดดนตรี Feel ใหม่ตั้งแต่อารมณ์ชวนเคลียดเชียดจนกดดัน Ode To O-ren Ishii ดนตรีชวนเร้าฟาดกวาดสายตาไปรอบๆ Crane-White Lightning ไปจนถึงเสียงเคาะเขย่ากลางสนามเปื้อนเลือดเฉือนดวลดาบใน Yakuza Oren 1-Bannister Fight ทั้งนี่ยังไม่รวมเสียง Effect เพี้ยนหูไม่รุ้ว่ามันคืออะไรจากหนัง Shaw ยุคเก๊าเก่าที่แถมมาให้ฟังกันแบบอึ้งทึ่งเสียว

งานนี้นอกจากตัวหนังที่เป็นส่วนผสมของหนังหลากแนวแล้ว ตัวัลบั้มเพลงประกอบก็ไม่น้อยใจที่ใส่ความมมันส์แบบ Non-Stop ด้วยบทเพลงที่ยากจะหามาเทียบอีกด้วย!!! นี่คือหนึ่งในอัลบั้มเด็ดเผ็ดร้อนที่เปี่ยมด้วยความแปลกตาหายากจะมาเทียมที่คุณต้องลอง!!!


รายชื่อเพลง

1. Bang Bang (My Baby Shot Me Down) – Nancy Sinatra
2. That Certain Female – Charlie Feathers
3. The Grand Duel – Luis Enrique Bacalov
4. Twisted Nerve – Bernard Herrmann
5. Queen of the Crime Council – Julie Dreyfus
6. Ode to Oren Ishii – RZA
7. Run Fay Fun – Isaac Hayes
8. Green Hornet – Al Hirt
9. Battle Without Honor or Humanity – Tomoyasu Hotei
10. Don’t Let Me Be Misunderstood – Santa Esmeralda
11. Woo Hoo – 5.6.7.8’s
12. Crane-White Lightning – RZA
13. The Flower of Carnage – Meiko Kaji
14. The Lonely Shepherd – Zamfir
15. You’re My Wicked Life – David Carradine
16. Ironside (excerpt) – Quincy Jones
17. Super 16 (excerpt) – NEU!
18. Yakuza Oren 1 – RZA
19. Banister Fight – RZA
20. Flip Sting
21. Sword Swings
22. Axe Throws
Bonus Track by Champ aCt DeltAS
23. Super 16 – NEU!
24. Ironside – Quincy Jones


DOWNLOAD

Track 1-24 File Size 53.2 mb Ulbuzz

*คุณภาพเสียง 128 kbps น่ะครับดีกว่านี้หายากมาก!!!




G.I. Joe The Rise of Cobra Score From The Motion Picture

13 08 2009

G.I. Joe The Rise of Cobra Score From The Motion Picture

ไม่มีภารกิจใดที่พวกเขาทำไม่สำเร็จ แม้ทั้งหมดล้มเหลวพวกเขาไม่!!! หลังจากการโจมตีอย่างคาดไม่ถึงของ Destro ณ กรุงปารีส เหล่าพลพรรค G.I.Joe ต้องตามล่าผู้ก่อการร้ายสายพันธุ์ด้วยอาวุธเหนือชั้นแบบที่โลกไม่เคยพบมาก่อน จากทะเลทรายซาฮารา จรดผืนนั้าแข็งขั้วโลกเหนือ เพื่อหยุดมหาวิบัติจากนํ้ามือมนุษย์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้ให้จงได้

ในงานสกอร์ครั้งนี้ผู้กำกับ Stephen Sommers ยังคงควงคอมโพสเซอร์คู่บุญคนเก่าอย่าง Alan Silvestri มาสร้างสรรค์ประพันธ์ดนตีรให้เช่นเคย อัลบั้มเปิดตัวแบบเงียบๆกับ Clan Mccullen เสียงกล้องอึกทึก 2 ครั้งนำสู่สกอร์บรรยากาศย้อนยุค เข้าสู่ปัจจุบันกับ Mars Industries ดนตรีอิเลคทรอนิคที่นำอารมณ์สู่ความลํ้าสมัย แต่แอบแฝงด้วยความชั่วร้ายอยู่ไม่ใช่น้อย ครึ่งหลังของเพลงให้อารมณ์ถึงการโจรกรรมโดยแท้ Delivering The Warheads ยังคงเป็นส่วนของดนตรีอิเลคทรอนิคจังหวะแจ๋วๆ ที่เพิ่มความฮึกเหิมของเครื่องดนตรีออเคสตร้าเข้ามาด้วยโดย ทั้งยังสานต่อหลากอารมณ์ด้วยความยาวกว่า 7 นาที กับการเล่นอารมณ์ความลํ้าสมัยไปถึงฉากแอ็คชั่นยักษ์ใหญ่ General Hawk ภายนอกดูสุขุมแต่ภายในนี้คือที่สุดของความระหํ่าดังสกอร์ที่เริ่มด้วยจังหวะเบาแล้วมันส์กันแบบไม่ตั้งตัวจากเสียงกีต้าเพียวๆ It Had To Be Nato’s Fault! เป็นแทรคที่น่าสนใจไม่ใช่น้อยเสียงสังเคราะห์ที่ฟังความเปียโนบรรเลงวนไปมาแต่ให้อารมร์ความลึกลับที่หลากหลาย King Cobra แทรคฮึกเหิมสไตล์ผู้ร้ายฝ่ายโฉดที่คงความเท่ได้อย่างชุดเกราะดุๆของเหล่า Cobra ที่น่ากลัวดั่งอสรพิษ พักหัวมาหวานอมรักด้วย I Promise จากดนตรีที่ค่อยบรรเลงอย่างนุ่มนวล แต่ใส่อารมณ์สไตล์ทหาร ด้วยกรองดุริยางค์แทรกเข้าไป พักได้แปปเดียวระหํ่าต่อกับ The Pit Battle อีกหนึ่งสกอร์ชุดยาวในฉากแอ็คชั่ยใส่ไม่ยั้งแน่นอนแทรคนี้ยังคงเล่นอารมณ์ได้อย่างคุ้มค่าความยาว เช่นเดียวกับ Deploy The Sharcs ที่โดดเด่นสุดกับเพอคัสชั่นครึกโครมหนักใหญ่ที่รัวแหลกแทบทั้งเพลง They Intend To Use Them แทรคสานต่อเพลงข้างต้นมาอีกนิด Snake Eyes อีกหนึ่งแทรคที่ใส่ไม่ยั้งในด้านเพอคัสชั่นดุดันได้ใจ แถมเพิ่มอารมณ์เอเชียนิดๆด้วยเครื่องเป่าแปลกหู The Joes Mobilize สกอร์รวดเร็วจับใจในการไล่ล่าทั้งรถทั้งราฝ่าอันตรายหลากหลากแทรคนี้ได้บรรยายมันมาแล้วด้วยเครื่องฉวัดฉะไหวสะท้านอารมณ์ Final Battle แม้จะสั้นแต่ในแทรคนี้ดนตรีช่างแน่นเสียเหลือเกินกับอารมณ์ที่มากด้วยการเสียสละ แทรคก่อนนี้จะบอกว่าเป็นการต่อสุ็สุดท้ายแต่มันดูเป็นการเริ่มต้นเสียมากกว่า Just About Close Enough เป็นเหมือนส่วนเสริมเพิ่มเติ่มของอารมณ์แอ็คชั่นที่ขาดไปก่อนหน้า เพิ่มความยิ่งใหญ่ไปด้วยเครื่องเป่าสุดมโหรา The Rise Of Cobra เน้นความนิ่งแต่ดุร้ายของอสรพิษที่เพิ่งประจักษ์เท่านั้น I’m Not Giving Up On You เปิดตัวมาอย่างเบากับฉากซึ้งช่วงท้ายชวนหลงไหล แต่ปิดท้ายด้วยความอีกทึกของภารกิจที่เพิ่งจะอุบัติขึ้นเท่านั้น End Credits เป็นการนำดนตรีช่วงท้ายเพลงก่อนมาเสริมสร้างเป็นสกอร์เดียวโชว์ปิดท้ายสุดดุดัน และเปี่ยมด้วยความกล้า จากเหล่าทหารแห่ง G.I. Joe!!!

ประทับใจไม่น้อยครับกับฝีมือการผสมผสานดนตรีอิเลคทรอนิคกับออเคสตร้าที่เข้ากันอย่างลงตัวและกลมกล่อมในภาพยนตร์แอ็คชั่นไซ-ไฟสุดไฮเทค ยิ่งใหญ่และลํ้าสมัยทำไมจะเข้ากันไม่ได้นี่สิ่งที่ Alan Silvestri บอกผมในอัลบั้มนี้!!!

ถึงอัลบั้มจะแปะบอกแล้วว่า Score แต่ก็ขอเพิ่มอีก 1 BonusTrack ที่หลายคนคงอยากได้หลังจากฟังมันหลังจบหนังกับเพลง Hip-Hop ลํ้าสะท้านใจจากวงฮิเหาะตาถั่วชื่อก้อง BEP The Black Eyed Peas กับเพลง Boom Boom Pow ในฉบับ Remix สุดมันส์ฝีมือ DJ Ammo แถมท้ายมาให้แดนซ์กันด้วย


รายชื่อเพลง

1. Clan McCullen
2. MARS Industries
3. Delivering The Warheads
4. General Hawk
5. It Had To Be NATO’s Fault!
6. King Cobra
7. What Happened To Her?
8. I Promise
9. The Pit Battle
10. They Intend To Use Them
11. Snake Eyes
12. I Have A Target In Mind
13. The JOEs Mobilize
14. Northern Route
15. Who Are You?
16. Deploy The Sharcs
17. Final Battle
18. Just About Close Enough
19. The Rise Of Cobra
20. I’m Not Giving Up On You
21. End Credits
Exclusive Bonus Track by aCtDeltAS
22. Boom Boom Boom (DJ Ammo Remix) – The Black Eyed Peas


DOWNLOAD

Track 1-11 File Size 45.7 mb Up2U

Track 12-22 File Size 63.5 mb Up2U

ขอบคุณลิ้งจาก iCe_Cmrp





The Taking of Pelham 123 Original Motion Picture Soundtrack

4 08 2009

The Taking of Pelham 123 Original Motion Picture Soundtrack

ท่ามกลางมหานครที่เปี่ยมด้วยผู้คนตอแยอยู่ทุกซอกหลืบ แต่ล่ะคนตื่นขึ้นอาบนั้าแต่ตัวและใส่ถุงเท่าเพื่อพบกับชีวิตอันซํ็าซากที่เหมือนเดิมทุกวัน แต่ในวันนี้เวลา บ่ายโมง ชีวิตของชาย 2 คนผู้ต่างถานะต่าสังขารต้องเปลี่ยนไปตลอดกาลหลังจาก 1 ชั่วโมงต่อไปนี้ Ryder โจรหัวการค้าพร้อมลูกทีมได้ยึดรถไฟสาย Pelham 123 และจับทุกคนในรถเป้นตัวประกันเอาไว้…Garber หัวหน้าคนคุมทางเดินรถต้องพบกับปัญหาที่ตัวเองไม่คิดว่าจะได้พบกับการต้องมาเป็นผู้เจรจาต่อรองควบคุมสถานการณ์ที่อุกอาจที่สุดในมหานครนิวยอร์คแบบจำเป็น โดย Ryder ให้กติกากับเขามาง่ายๆว่าภายใน 1 ชั่วโมงต้องมีเงิน 10 ล้านมากองอยุ่ตรงหน้าเพื่อแลกกับชีวิตผู้โดยสารทั้งคัน แต่ถ้าช้ากว่านั้น 1 นาที เทากับชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ 1 คน

สำหรับดนตรีประกอบเรื่องนี้ได้ Harry Gregson-Williams มาคุมทางกำกับสายสกอร์แก้มือหลังจากที่คราวก่อนไม่ค่อยน่าจดจำนักใน Wolverine คราวนี้เขาจะมาสร้างดนตรีเขย่าเมืองนิวยอร์ค อัลบั้มเปิดมาด้วย ดนตรีสังเคราะห์ควบด้วยเบทรัวจังหวะแห่งอาชญากรรม Something On the Track แ้ล้วพัดพาสุ่จังหวะเบาๆ 3 เพลงที่ให้คุณเตรียมตัวกับความระหํ่าที่จะยำแบบไม่มียั้งตั้งแต่ Money Run เพลงเปิดตัวความระทึกความมันส์อย่างเต็มตัวด้วยเสียงกีต้าไฟฟ้าผสมกับอิเลคทรอนิคสุดแพรวพราวได้อารมณ์คล้ายผลงานมันส์ๆของ Paul Haslinger ความเร็วแรงของเครื่องยนต์และใจของคนที่ร้อนไม่ต่างกัน Garber Meets Ryder การพบกันของ 2 ตัวละครที่มีความสัมพันธุ์กันมาตลอด 1 ชั่วโมงเสียงเดิมแต่แปลกหน้าความไว้ใจที่ควรสั่นเครือดนตรีที่จุดชวนเสียวให้พีคเป็นระยะบนเมนธีมอันเรียบง่าย All Others Pay Cash ยังคงสานต่ออารมณ์ความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจของคนแปลกหน้า อารมณ์ของอาชญากรรมที่มีความเฉียบคมเป็นอาวุธ อยู่ในดนตรีเครื่องสายที่สอดแทรกด้วยอิเลคทรอนิค The Train Leaves the Station การเริ่มต้นปลดแอกความความดุที่ซ่อนมาจากครั้งก่อนหน้ายังคงเส้นคงวากับดนตรีนิ่งแต่อารมณ์ไม่นิ่งอันไม่น่าวางใจ The Lights Are All Green! จากจุดกัก จุดเริ่ม ต้องมีจุดปล่อยตัวอย่างเต็มที่ดนตรีร้อคอิเลคทรอนิคกับออเคสตร้าควบคู่กันสร้างจังหวะความเร็วที่ไม่หยุดอยู่นิ่งรถไฟที่วิ่งไปตามราง Manhattan Bridge ยังคงสานต่อความระทึกที่เน้นความโดดเด่นของเครื่องสายและเสียงสังเคราะห์ได้อย่ากลมกลืนก่อนจะนำเข้าสู่ความนุ่มเรียบที่ค่อยผ่อนคลายลงอย่างช้าๆ จากเสียเปียโนที่ล่องลอยมาช้าๆ You a Yankee’s Fan อารมณ์ความอ่อนโยนสุดท้ายการคลีคลายของทุกสิ่งทุกอย่างอันตรึงเคลียด เบื่องหลังความสวยงามชวนฝันที่ใครๆก็ต้องการจะสัมผัสเป็นการปิดสกอร์อย่างสวยงามและตรึงอารมณ์

ถือเป้นผลงานเรียกคะแนนกลับคืนมาอย่างดีเยี่ยมของ Harry Gregson-Williams ด้วยการเลือกสรรดนตรีอเลคทรอนิคจังหวะไม่หยุดนิ่งที่คลุ๊กเคล้าดีกรีร็อคแพรวพราวกลายเป็นดนตรีประกอบหนังอาชญากรพันธุ์ที่น่าจดจำไปเรียบร้อย

นอกจากนี้ผมยังเพิ่ม Bonus Track มาให้อีก 2 เพลง เริ่มด้วยดีกรีความระทึกอึกกะทึกครึกโครมจากสังหวะสังเคราะห์ชวนสะพรึงตรึงเคีลยดแบบไม่ยั้ง ในเพลงชื่อดังรถไฟในหนัง Counting Bodies Like Sheep to the Rhythm of the War Drums จากวง Alternative Rock อารมณ์ดุ A Perfect Circle สะใจคอ อิเลคทรอนิคฮาร์ดคอร์ ปิดท้ายกันจริงกับ Theme จากหนังที่ชวนติดหู Rap กระฉ่อนมหานครจาก Jay-Z มีมาพร้อมกับเรื่องชวนปวดหัว 99 Problems จังหวะเคาะเสียงหลากหลายดังคนที่เคลื่อนตัวไปตามถนนหนทางเต็มไปด้วยความวุ่นวายดังเสียงกีต้าที่แทรกมาเป็นระยะ ช่างเข้ากับหนังปล้นนรกรถด่วนเรื่องนี้เสียจริงๆ


รายชื่อเพลง

1. Something On the Track
2. “It’s Me, Man!”
3. Rigged Contracts
4. An Ass Model Named Lavitka
5. Money Run
6. Garber Meets Ryder
7. All Others Pay Cash
8. The Train Leaves the Station
9. The Lights Are All Green!
10. Manhattan Bridge
11. “…You a Yankee’s Fan?”
Bonus Track by Champ aCt DeltAS
12. Counting Bodies Like Sheep to the Rhythm of the War Drums – A Perfect Circle
13. 99 Problems – Jay-Z


DOWNLOAD

Track 1-13 File Size 77.9 mb Up2U